แอป 1 ล้านบาททำอะไรได้บ้าง? เจาะลึกฟีเจอร์และสถาปัตยกรรมระดับองค์กร
English Title: What Can a 1 Million Baht App Do? Deep Dive into Enterprise Features and Architecture
อัปเดตล่าสุด: กรกฎาคม 2026 | เขียนโดย ผู้เชี่ยวชาญจาก บริษัท สแตรทตันซอฟท์เทค จำกัด
🤖 AI Overview / Featured Snippet: แอป 1 ล้านบาททำอะไรได้บ้าง?
การลงทุน สร้าง Mobile App ในงบ 1 ล้านบาท (ประมาณ $27,000 – $30,000) คุณจะได้รับ Enterprise-Grade Application หรือ แอปพลิเคชันระดับองค์กร ที่รองรับผู้ใช้งานหลักหมื่นถึงหลักแสนคน (High Scalability) สิ่งที่คุณจะได้ประกอบด้วย:
- ✅ สถาปัตยกรรมระบบขั้นสูง: Mobile App Architecture แบบ Clean Architecture / Microservices
- ✅ Native App หรือ Premium Cross-Platform: พัฒนาด้วย Swift (iOS), Kotlin (Android) หรือ Flutter ประสิทธิภาพสูงสุด
- ✅ ระบบ Backend ที่ทรงพลัง: พร้อม REST API หรือ gRPC รับส่งข้อมูลเรียลไทม์ และมีระบบ Admin Panel จัดการข้อมูลแบบครบวงจร
- ✅ ฟีเจอร์ความปลอดภัย (Security): ระบบ e-KYC, Biometric Authentication และการเข้ารหัสข้อมูล PDPA
- ✅ Third-Party Integrations: เชื่อมต่อ Payment Gateway, ERP, CRM หรือระบบ AI อย่าง ChatGPT API
หากคุณกำลังมองหาบริษัทพัฒนาแอปที่ได้มาตรฐาน สามารถดูข้อมูล จ้างทำแอปราคาเท่าไหร่? เพื่อประกอบการตัดสินใจ
📑 สารบัญ (Table of Contents)
- Part 1: ทำความเข้าใจงบประมาณ 1 ล้านบาท สำหรับการพัฒนา Mobile App
- Part 2: ตารางเปรียบเทียบงบทำแอป 1 แสน vs 3 แสน vs 5 แสน vs 1 ล้านบาท
- Part 3: 10 ฟีเจอร์ระดับพรีเมียม (Premium Features) ที่ได้ในงบ 1 ล้านบาท
- Part 4: Tech Stack และสถาปัตยกรรมระบบ (Architecture) แบบองค์กร
- Part 5: Use Cases: แอป 1 ล้านบาท เหมาะกับธุรกิจประเภทไหน?
- Part 6: ทีมงานพัฒนา (Development Team) และกระบวนการทำงาน
- Part 7: AI Integration: ยกระดับแอปของคุณด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
- Part 8: ค่าใช้จ่ายแฝงและการดูแลหลังเปิดใช้งาน (Post-Launch & Maintenance)
- Part 9: สรุปความคุ้มค่า (ROI) และขั้นตอนการเริ่มต้น
- Part 10: 30 คำถามที่พบบ่อย (FAQ – People Also Ask)
🚀 Part 1: ทำความเข้าใจงบประมาณ 1 ล้านบาท สำหรับการพัฒนา Mobile App
หลายคนเมื่อนึกถึงการทำแอปพลิเคชัน มักจะมีคำถามว่า จ้างทำแอปราคาเท่าไหร่? ทำไมบางบริษัทเสนอราคาหลักหมื่น บางบริษัทหลักแสน และบางบริษัทเสนอราคาถึง “หลักล้าน”
ความจริงก็คือ “งบประมาณกำหนดคุณภาพ สเกล และความเสถียรของระบบ” แอปพลิเคชันในงบ 1 ล้านบาท ไม่ใช่แค่แอปที่มีหน้าตาสวยงามเท่านั้น แต่มันคือ “ระบบซอฟต์แวร์ขนาดใหญ่” ที่มี Mobile Backend ซับซ้อน มีการวางโครงสร้างฐานข้อมูล (Database Architecture) ที่รองรับผู้ใช้งานพร้อมกัน (Concurrent Users) ได้จำนวนมากโดยที่ระบบไม่ล่ม
ในงบประมาณนี้ คุณจะไม่ได้ทำงานกับฟรีแลนซ์ทั่วไป แต่คุณจะได้ทำงานกับ บริษัทพัฒนาแอปมือถือ ระดับมืออาชีพที่มีทีมงานครบทุกตำแหน่ง (Full-stack Team) ตั้งแต่ Project Manager, System Analyst, UX/UI Designer, Frontend/Backend Developer ไปจนถึง QA Tester
⚖️ Part 2: ตารางเปรียบเทียบงบทำแอป 1 แสน vs 3 แสน vs 5 แสน vs 1 ล้านบาท
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน เรามาเปรียบเทียบกันว่า หากคุณมีงบประมาณที่ต่างกัน คุณจะได้ผลลัพธ์ที่ต่างกันอย่างไร (ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: แอป 100,000 บาททำอะไรได้บ้าง, แอป 300,000 บาททำอะไรได้บ้าง, แอป 500,000 บาททำอะไรได้บ้าง)
| คุณสมบัติ / งบประมาณ | งบ 100,000 บาท 🥉 | งบ 300,000 – 500,000 บาท 🥈 | งบ 1,000,000 บาทขึ้นไป 🥇 (Enterprise) |
|---|---|---|---|
| จุดประสงค์หลัก | แอปให้ข้อมูลเบื้องต้น, MVP ทดสอบตลาด | แอปธุรกิจขนาดกลาง, E-commerce พื้นฐาน | Super App, ระบบ Core Business องค์กร, แอปพลิเคชันองค์กร |
| แพลตฟอร์ม | Cross-Platform พื้นฐาน (หน้าจอเรียบง่าย) | Cross-Platform (Flutter) ฟังก์ชันครบ | Native App (iOS & Android) หรือ High-end Flutter พร้อม Custom UI |
| ระบบหลังบ้าน (Backend) | ใช้ Backend สำเร็จรูป / ไม่มี Admin Panel | Custom Backend เบื้องต้น พร้อม Admin Panel | รับทำแอปพร้อม Backend แบบ Microservices, REST API / GraphQL |
| การเชื่อมต่อระบบอื่น (Integrations) | ไม่มี หรือ 1-2 ระบบพื้นฐาน | Social Login, ระบบชำระเงินพื้นฐาน | Payment Gateway, ERP, CRM, AI OCR, Face Recognition |
| การออกแบบ UX/UI | ใช้ Template สำเร็จรูป | Custom Design ตรงตาม Brand Guideline | UX Research เต็มรูปแบบ, Dark Mode, Animation หรูหรา |
| ความปลอดภัย (Security) | ระดับพื้นฐาน | เข้ารหัสข้อมูลพื้นฐาน, ระบบ Login ด้วย OTP | ระบบ e-KYC, Biometric, Penetration Testing, PDPA Compliance |
💡 พร้อมยกระดับธุรกิจด้วย Mobile Application หรือยัง?
ที่บริษัท สแตรทตันซอฟท์เทค จำกัด เราคือผู้เชี่ยวชาญด้าน รับทำ Mobile Application ครบวงจร เราพร้อมให้คำปรึกษาประเมินงบประมาณและเขียน TOR ฟรี!
ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญฟรี คลิกเลย!💎 Part 3: 10 ฟีเจอร์ระดับพรีเมียม (Premium Features) ที่ได้ในงบ 1 ล้านบาท
ในงบประมาณหลักล้าน แอปของคุณจะไม่ใช่แค่แอปแสดงข้อมูล แต่จะเป็น “เครื่องมือทางธุรกิจ” ที่มีฟีเจอร์ซับซ้อน (Complex Features) ดังนี้:
1. ระบบชำระเงินแบบไร้รอยต่อ
เชื่อมต่อ Payment Gateway เต็มรูปแบบ รองรับบัตรเครดิต, QR PromptPay, TrueMoney และมี ระบบ Subscription ตัดบัตรรายเดือนอัตโนมัติ รวมถึงรองรับ In-App Purchase บน Store
2. ระบบยืนยันตัวตนขั้นสูง (Security)
หมดปัญหาบัญชีปลอมด้วย ระบบ e-KYC สแกนบัตรประชาชน และ Face Recognition รวมถึงการเข้าสู่ระบบแบบไร้รหัสผ่านด้วย Biometric Authentication และ Passkeys
3. การสื่อสารแบบ Real-Time
สร้าง Engagement กับผู้ใช้ด้วย ระบบแชทในแอปแบบ Real-Time, Video Call และ Live Streaming บน Mobile App รวมถึง Push Notification ที่แม่นยำ
4. ระบบแผนที่และการติดตาม (Location Services)
สำหรับแอปขนส่งหรือเดลิเวอรี่ จำเป็นต้องมี ระบบติดตามตำแหน่ง GPS ในแอป พร้อมเส้นทางแบบ Real-time และการตั้งค่าเขตพื้นที่ด้วย Geofencing (ดู ค่าใช้จ่าย Google Maps API ประกอบ)
5. ระบบสิทธิพิเศษและ CRM
เปลี่ยนผู้ใช้ให้เป็นลูกค้าประจำด้วย แอปสะสมแต้ม, แอปสมาชิก, และ ระบบ Coupon และ Promotion รวมถึงระบบชวนเพื่อน Referral Program
6. สถาปัตยกรรมระดับองค์กรแบบ Offline-Ready
แม้เน็ตหลุดก็ทำงานได้! ด้วยสถาปัตยกรรม Offline First ผสานการใช้ฐานข้อมูลภายในเครื่อง (Local Storage) อย่างเช่น Swift Data vs Core Data บน iOS
🛠️ Part 4: Tech Stack และสถาปัตยกรรมระบบ (Architecture) แบบองค์กร
การ สร้าง Mobile Application ตั้งแต่เริ่มต้นจนเปิดใช้งาน ในงบ 1 ล้านบาท จะต้องให้ความสำคัญกับ Tech Stack เป็นอย่างมาก ทีมผู้พัฒนาจะเลือกใช้สถาปัตยกรรม Clean Architecture หรือ MVVM เพื่อให้ Code อ่านง่าย บำรุงรักษาง่าย และ Scale ได้ในอนาคต
Frontend (ฝั่งแอปพลิเคชัน)
ลูกค้าสามารถเลือกได้ระหว่าง:
- Native Development: พัฒนาแยกระบบด้วย Swift (iOS) และ Kotlin (Android) เหมาะสำหรับแอปที่ต้องการ Performance สูงสุด ใช้งาน Hardware หนักๆ เช่น แอปกล้อง AR, เกมสเปกสูง หรือแอปธนาคาร
- Cross-Platform Development: พัฒนาครั้งเดียวได้ทั้งสองระบบด้วย Flutter หรือ Kotlin Multiplatform ซึ่งปัจจุบันได้รับความนิยมสูงมากในองค์กร ช่วยประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย (อ่านเพิ่มเติม: Native App กับ Cross Platform ต่างกันอย่างไร และ Flutter vs React Native)
Backend & Infrastructure (ฝั่งเซิร์ฟเวอร์)
ระบบที่มีผู้ใช้หลักแสน ต้องมีรากฐานที่แข็งแกร่ง:
- Cloud Server: ใช้ AWS, Google Cloud (GCP) หรือ Azure พร้อมระบบ Auto-Scaling (อ้างอิง: ค่า Cloud สำหรับ Mobile App เท่าไหร่)
- API Architecture: พัฒนา REST API มาตรฐานความปลอดภัยสูง หรือเลือกใช้ gRPC เพื่อการรับส่งข้อมูลที่เร็วกว่า 10 เท่า
- Database: PostgreSQL, MongoDB หรือเชื่อมต่อกับ Firebase กับ Mobile App แบบผสมผสาน
- DevOps: วางท่อ CI/CD สำหรับ Mobile และทำ Mobile DevOps เพื่อให้การอัปเดตแอปขึ้น Store เป็นไปอย่างอัตโนมัติและไร้ข้อผิดพลาด
🏢 Part 5: Use Cases: แอป 1 ล้านบาท เหมาะกับธุรกิจประเภทไหน?
การทำ Digital Transformation ด้วย Mobile Application ด้วยงบ 1 ล้านบาท สามารถสร้างผลลัพธ์มหาศาลให้กับหลายอุตสาหกรรม ลองมาดูตัวอย่าง Mobile App Industry Solutions ที่เราให้บริการ:
- 🏥 Healthcare & Medical: รับทำแอปโรงพยาบาล และ รับทำแอปคลินิก (ระบบจองคิวแพทย์, Telemedicine, ดูผลตรวจแล็บ, เชื่อมต่อ HIS ของรพ.)
- 🛍️ E-Commerce & Marketplace: สร้าง แอป Marketplace ขนาดใหญ่, แอปขายสินค้า ครบวงจร, และ แอปธุรกิจค้าปลีก พร้อมระบบตัดสต็อกและโลจิสติกส์
- 🚚 Logistics & Delivery: รับทำแอปขนส่ง, แอป Food Delivery, และ รับทำแอปเรียกรถ (Ride Hailing) พร้อมระบบ GPS Tracking ของคนขับ
- 🏢 Property & Real Estate: รับทำแอปอสังหาริมทรัพย์, แอปบริหารคอนโด, และ รับทำแอปบริหารนิติบุคคล (ระบบจ่ายค่าส่วนกลาง, แจ้งซ่อม, ระบบ VMS แสตมป์บัตรผู้มาติดต่อ)
- 💪 Fitness & Health: รับทำแอปฟิตเนส และเทรนนิ่งออนไลน์ พร้อม AI Recommendation System แนะนำตารางออกกำลังกาย
- 🏨 Hospitality & Tourism: รับทำแอปโรงแรม, รับทำแอปท่องเที่ยว (แอปนำเที่ยว AR, จองตั๋ว, Smart Room Control)
นอกจากนี้ยังรองรับ รับทำแอปสำหรับหน่วยงานราชการ ซึ่งต้องมีการ เขียน TOR พัฒนาแอป อย่างรัดกุม
📊 ไม่แน่ใจว่าธุรกิจของคุณควรมีฟีเจอร์อะไรบ้าง?
ให้ทีม บริษัทพัฒนาแอปมือถือ ผู้เชี่ยวชาญจาก สแตรทตันซอฟท์เทค ช่วยคุณวิเคราะห์ Requirement ฟรี
ปรึกษาผ่าน LINE OA (คลิก)👥 Part 6: ทีมงานพัฒนา (Development Team) และกระบวนการทำงาน
หลายคนสงสัยว่า แอปหนึ่งตัวต้องใช้ทีมอะไรบ้าง? ในงบ 1 ล้านบาท คุณไม่ได้จ้างโปรแกรมเมอร์แค่คนเดียว (Freelance) แต่คุณกำลังจ้าง บริษัทรับทำแอป ที่มีทีมงานระดับ Professional ดังนี้:
- Project Manager (PM): ผู้บริหารโครงการ คอยควบคุม Timeline (โดยทั่วไป ทำแอปใช้เวลากี่เดือน? คำตอบคือ 4-6 เดือนสำหรับแอป 1 ล้านบาท)
- System Analyst (SA): วิเคราะห์ระบบ ออกแบบ Database และกำหนด API Spec
- UX/UI Designer: ออกแบบหน้าจอแอปพลิเคชัน (Wireframe, Prototype) เน้นหลัก Customer Experience
- Frontend Developer (iOS & Android): เขียนโค้ดฝั่งหน้าบ้าน
- Backend Developer: ดูแลเซิร์ฟเวอร์, ฐานข้อมูล, API และ สร้างระบบ Admin หลังบ้าน
- QA Engineer: ทดสอบระบบ หา Bugs (Manual & Automated Testing)
- DevOps: ดูแลเรื่อง Cloud Deployment นำแอปขึ้น App Store และ Google Play
นอกจากนี้ เพื่อความเป็นมืออาชีพ บริษัทจะมีการทำ สัญญาจ้างทำแอปพลิเคชัน และ SLA ที่ชัดเจนเพื่อปกป้องสิทธิ์ของลูกค้า
🧠 Part 7: AI Integration: ยกระดับแอปของคุณด้วยเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์
ในยุคปัจุบัน โลกกำลังก้าวเข้าสู่ AI Mobile Application การลงทุนแอป 1 ล้านบาท สามารถผนวกเทคโนโลยี AI ล้ำสมัยเข้าไปได้ เพื่อสร้างความได้เปรียบทางธุรกิจ:
- Gen-AI & LLMs: การนำ ChatGPT API กับ Mobile Application หรือ Gemini API หรือแม้แต่ DeepSeek API ทำแอป เพื่อสร้าง AI Chatbot ตอบคำถามลูกค้า 24 ชม.
- AI Computer Vision: การทำ AI OCR สำหรับ Mobile App (ดึงข้อความจากรูปภาพ), และ AI วิเคราะห์ภาพในแอป
- On-Device AI: นำเทคโนโลยี Edge AI (On-Device AI) มาใช้ให้แอปประมวลผล AI ได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต
- AI Agents: สร้าง AI Agent บน Mobile App เป็นผู้ช่วยอัจฉริยะส่วนตัว (อ่านต่อ: AI Agent บน Mobile คืออะไร?)
- Adaptive UX: เทรนด์ใหม่ล่าสุด AI-Driven UX ที่แอปจะเปลี่ยนหน้าตาอินเตอร์เฟส (UI) ตามพฤติกรรมผู้ใช้แต่ละคนแบบ Real-time
🔧 Part 8: ค่าใช้จ่ายแฝงและการดูแลหลังเปิดใช้งาน (Post-Launch & Maintenance)
สร้างแอปเสร็จ ไม่ได้แปลว่าจบ! สิ่งที่ผู้บริหารต้องเตรียมงบประมาณไว้คือ ค่าใช้จ่ายรายปีของ Mobile Application ซึ่งหลายคนมักมองข้าม:
เมื่อเปิดตัวแล้ว ทำแอปเสร็จแล้วต้องดูแลอะไรต่อ? (Mobile App Maintenance)
- Server & Cloud Cost: ค่าเช่า Hosting/Cloud รายเดือน (AWS/GCP) ขึ้นอยู่กับ Traffic (อ่าน: ค่าใช้จ่าย Firebase เท่าไหร่?)
- Third-party API Costs: เช่น ค่า SMS OTP, ค่าใช้จ่าย Push Notification, ค่าบริการ Google Maps
- Developer Account: Apple Developer ($99/ปี) และ Google Play Developer ($25 จ่ายครั้งเดียว)
- MA (Maintenance Agreement): ค่าบริการดูแลรักษาระบบ แก้ไขบัค อัปเดต OS ใหม่ มักจะคิดที่ 15-20% ของมูลค่าโปรเจกต์ต่อปี
นอกจากนี้ ต้องมีงบสำหรับการทำ ASO (App Store Optimization) เพื่อให้คนค้นหาแอปของคุณเจอใน Store ง่ายขึ้น
📈 Part 9: สรุปความคุ้มค่า (ROI) และขั้นตอนการเริ่มต้น
การลงทุน 1 ล้านบาทในการสร้างแอปพลิเคชัน นับเป็นการลงทุนใน Digital Asset ที่ให้ผลตอบแทนระยะยาว (อ่าน Mobile Application ROI) หากคุณกำลังเปลี่ยนธุรกิจจาก Offline สู่ Online ด้วยกลยุทธ์ Mobile First Strategy หรือแม้แต่การเปลี่ยนจากระบบเดิมอย่าง เปลี่ยนจาก Web Application เป็น Mobile App
สำหรับ Startup ที่สนใจ เรามีบทความแนะนำ จ้างทำแอปผ่อนชำระได้ไหม? และการสร้างโมเดลธุรกิจแบบ SaaS (Software as a Service) เพื่อสร้างรายได้แบบ Recurring Income
ขั้นตอนการเริ่มต้น (How to Start)
สามารถดู ทำแอปต้องเตรียมอะไรบ้าง และอ่าน บริษัทรับทำแอปที่ดีควรเลือกอย่างไร เพื่อประกอบการตัดสินใจ ท้ายที่สุด หากคุณต้องการทีมงานคุณภาพ ติดต่อ บริษัท สแตรทตันซอฟท์เทค จำกัด ได้เลย!
❓ Part 10: 30 คำถามที่พบบ่อย (FAQ – People Also Ask)
รวบรวมคำถามยอดฮิตเกี่ยวกับการทำ Mobile Application ในระดับราคาต่างๆ
คุณจะได้แอปพลิเคชันระดับ Enterprise-grade รองรับผู้ใช้จำนวนมาก มีระบบ Backend ที่ซับซ้อน เชื่อมต่อ API ภายนอกได้หลากหลาย (เช่น Payment Gateway, ERP, CRM) มีระบบความปลอดภัยสูง (e-KYC, Biometric) และออกแบบ UX/UI ระดับพรีเมียมเฉพาะแบรนด์ของคุณ
โดยทั่วไปจะใช้เวลาประมาณ 4 ถึง 6 เดือน (หรือมากกว่า) ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของระบบ (อ้างอิง: ทำแอปใช้เวลากี่เดือน)
งบ 1 แสนบาทมักเป็น แอปพลิเคชันระดับเริ่มต้น หน้าจอเรียบง่าย ไม่มีระบบหลังบ้าน (Backend) ที่ซับซ้อน มักใช้ Template สำเร็จรูป หรือจ้างฟรีแลนซ์ทำ
หากงบถึง 1 ล้านบาท คุณสามารถเลือกได้ทั้งคู่ แต่ถ้าต้องการประสิทธิภาพสูงสุด (Hardware-intensive) เลือก Native (Swift/Kotlin) แต่ถ้าต้องการรวดเร็ว บำรุงรักษาง่าย Flutter เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
แน่นอนครับ แอปที่เก็บข้อมูลผู้ใช้ (เช่น ระบบสมาชิก, E-commerce) จำเป็นต้องมี Server และ Database เพื่อประมวลผลข้อมูล
ใช่ครับ มีค่า Cloud Server, ค่าบริการ MA (Maintenance), และค่าต่ออายุบัญชี Store รายปี (อ่าน: ค่าใช้จ่ายรายปีของ Mobile Application)
สำหรับโปรเจกต์ 1 ล้านบาท ต้องจ้าง บริษัทรับทำแอป เท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงเรื่องโปรเจกต์ทิ้งงาน และเพื่อให้ได้ทีมงานครบทุกสาขา (PM, SA, UX/UI, Dev, QA)
ได้ครับ เราสามารถเชื่อมต่อ ChatGPT API, Gemini API หรือทำระบบ AI วิเคราะห์ภาพ ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
แอปประเภทนี้ (User, Driver, Restaurant, Admin) ระบบใหญ่มาก โดยปกติ แอป Food Delivery จะเริ่มต้นที่ 500,000 – 1,000,000+ บาท
คือการพัฒนาตัวแอป (ติดตั้งบนมือถือ) ควบคู่กับ ระบบหลังบ้าน (Web Admin Panel) ให้แอดมินจัดการข้อมูลผู้ใช้และยอดขายได้
ระบบ e-KYC ใช้ AI ถ่ายรูปบัตรประชาชน ดึงข้อมูลอัตโนมัติ (OCR) และเปรียบเทียบใบหน้า (Liveness Detection) เพื่อยืนยันตัวตน
แนะนำให้จดทะเบียนครับ (อ่าน: ทำแอปต้องจดทะเบียนบริษัทไหม) เพื่อความน่าเชื่อถือในการยื่นเอกสารกับ Apple/Google และ Payment Gateway
ขึ้นอยู่กับประเภทเกม! สแตรทตันซอฟท์เทคมีบริการ รับทำแอปเกมมือถือ ตั้งแต่เกมง่ายๆ ไปจนถึงเกม 3D ซับซ้อน
มีค่าใช้จ่ายพอสมควรเพราะใช้เซิร์ฟเวอร์แบบ WebSocket หรือบริการอย่าง Firebase (อ้างอิง: ระบบแชทในแอป)
โดยปกติบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์จะเก็บเงินเป็น “งวดงาน” (Milestones) ตามความคืบหน้า (อ่าน: จ้างทำแอปผ่อนชำระได้ไหม)
ทำได้แน่นอนครับ เราสามารถเขียน Data Migration Scripts เพื่อ เปลี่ยนจาก Web Application เป็น Mobile App ได้แบบไร้รอยต่อ
เรามีบริการช่วย ประเมินราคากลาง (TOR) สำหรับจัดซื้อจัดจ้างโครงการพัฒนาโมบายแอปพลิเคชัน ให้ตรงตามหลักเกณฑ์
แอปที่ดึงแผนที่หรือคำนวณเส้นทางต้องจ่ายค่าเรียก API ให้ Google (อ่านเพิ่มเติม: ค่าใช้จ่าย Google Maps API)
Super App คือแอปที่มีหลายบริการในแอปเดียว (เช่น Grab/LINE) งบ 1 ล้านบาทอาจเป็นจุดเริ่มต้น (Phase 1) ที่ดีในการสร้างฐาน Core System
แอปที่ใหญ่เกินไปคนมักไม่โหลด การทำ App Thinning จะช่วยให้แอปไม่กินพื้นที่เครื่องลูกค้า
API คือสะพานเชื่อมให้แอปมือถือคุยกับฐานข้อมูลบน Server ได้ (อ่าน: ทำแอปต้องมี API หรือไม่)
มีตั้งแต่ระบบจ่ายบิลส่วนกลาง, แจ้งซ่อมบำรุง, ประกาศข่าวสาร, จองส่วนกลาง (อ่าน: รับทำแอปบริหารนิติบุคคล)
รับทำครับ เรามีการออกแบบ UI/UX ให้ รองรับหน้าจอพับได้ (Foldable) ตามเทรนด์สมาร์ทโฟนใหม่
Offline First ช่วยให้แอปยังใช้งาน ฟังก์ชันบางอย่างได้แม้ไม่มีอินเทอร์เน็ต และเมื่อต่อเน็ตข้อมูลจะ Sync อัตโนมัติ
ใช่ครับ รับทำแอป HR พร้อมระบบลงเวลาทำงานด้วย GPS, สแกนใบหน้า และขอลางานผ่านแอป
แอปสเกล Marketplace ทำได้ครับ ด้วยโครงสร้างที่รองรับคนขายหลายราย ตัดสต็อก สรุปยอด (อ้างอิง แอป Marketplace)
ระบบแบ่งสิทธิ์ผู้ใช้งาน (Role Permission) ใช้แบ่งว่า พนักงาน ลูกค้า ผู้จัดการ ใครเห็นข้อมูลอะไรได้บ้าง
มีครับ เราบริการ รับทําตู้ kiosk และ รับทำ Interactive เพื่อเชื่อมต่อกับ Mobile App ได้ด้วย
สามารถเตรียม requirement เบื้องต้น แล้วทัก LINE OA: @strattonsofttech หรือโทร 097-9676457 เพื่อปรึกษาฟรี!
